หินทราย.com

วัสดุก่อสร้างขึ้นราคา ควรสร้างเลย หรือรอก่อนดี ?

บ้าน 1 หลังประกอบด้วย 73% เป็นค่าวัสดุก่อสร้าง  และอีก 27% เป็นค่าแรงงานและเครื่องจักร   นี่คือสัดส่วนของต้นทุนของราคาค่าก่อสร้างบ้าน 1 หลัง จะเห็นว่า 3 ใน 4 ของค่าก่อสร้างหมดไปกับวัสดุก่อสร้าง

ปัจจัยที่จะมีผลให้ราคาวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น

  • – ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่เป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตและขนส่งสินค้า
  • – ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนไปมา
  • – อัตราดอกเบี้ย
  • – อัตราค่าแรงขั้นต่ำ
  • ปีหน้า ราคาวัสดุก่อสร้างต้องขึ้นราคาแน่นอน !!!

    ปัจจัยที่ทำให้ราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น

    1. ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เมื่อราคาน้ำมันดิบตลาดโลกมีการปรับตัวสูงขึ้น ราคาวัสดุก่อสร้างก็จะขยับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะวัสดุก่อสร้างหลายอย่างต้องพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิง ในการผลิตและขนส่ง เช่น สุขภัณฑ์ที่มีแนวโน้มว่าปีหน้าจะปรับราคาขึ้น เช่นเดียวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและท่อประปา ที่ต้องใช้วัสดุดิบที่มาจากน้ำมันเตา   แต่วัสดุก่อสร้างที่จะบอกเราได้ว่า ราคาค่าก่อสร้างบ้านกำลังจะปรับขึ้นแน่นอนแล้วก็คือ เหล็ก ปูน หิน และคอนกรีต

    2. อัตราดอกเบี้ยเงินฝากมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นถึง 3- 3.5 % จากปัจจุบัน ยิ่งอัตราดอกเบี้ยขึ้นเท่าไร ต้นทุนวัสดุก่อสร้างก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น
    ถ้าค่าเงินบาทของเราแข็งค่า ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ต้องนำเข้าก็จะถูกลง แต่ถ้าค่าเงินบาทเราอ่อนค่าเมื่อไหร่ วัสดุก่อสร้างที่นำเข้าก็แพงหูฉี่กันเลยทีเดียว

    3. ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและแอฟฟริกาเหนือ

    4. ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนไปมา ฯลฯ

    5. อัตราค่าแรงขั้นต่ำ ปัจจัยตัวใหม่ล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ก็คือ การปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ถ้าจำตัวเลขค่าก่อสร้างข้างบนได้ ค่าแรงและค่าเครื่องจักรรวมกันเท่ากับ 27% ของค่าก่อสร้างบ้าน แต่ถ้ามีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำจาก 215 บาท เป็น 270 หรือเพิ่มขึ้นอีก 25% ราคาบ้านก็คงจะปรับขึ้นอีก 3.9-4 %  จากราคาปัจจุบัน

    แต่ถ้ารัฐบาลใจป้ำ ประกาศอัดฉีดค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท ค่าแรงในการก่อสร้างก็จะเพิ่มขึ้นอีก 39.5-40% และถ้ามีการปรับขึ้นของต้นทุนในส่วนอื่นตามมา เช่น ค่าวัสดุ ค่าจิปาถะต่างๆ ราคาบ้านก็อาจจะพุ่งโด่งขึ้นไปอีก 12% จากปัจจุบันได้

    โอ้โห… แล้วแบบนี้จะสร้างบ้านหรือชะลอไว้ก่อน???

    อย่าเพิ่งตกอกตกใจ เพราะถ้ามองย้อนกลับไปการที่มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ก็ช่วยให้มีเม็ดเงินลงมาในระบบมากขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น สภาพคล่องก็จะลื่นไหลขึ้น ส่งผลดีกับระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ

    มาถึงคำถามสำคัญ สำหรับคนที่กำลังคิดจะสร้างบ้าน เมื่อรู้แล้วควรจะรับมืออย่างไรดี?

    อย่ารอเวลา ไหนๆ คุณก็ plan ไว้แล้วว่าจะสร้างบ้าน ก็อาจจะร่นระยะเวลาขึ้นมา หนีราคาวัสดุก่อสร้างที่จ่อขึ้นราคาในปีหน้า  อันนี้ไม่ได้บอกให้ทุกคนที่กำลังจะสร้างบ้านรีบร้อนสร้างกันวันนี้พรุ่งนี้เลย แต่ถ้ายิ่งปล่อยหรือรอเวลาออกไปกับความหวังลมๆ แล้งๆ ว่า ราคามันอาจจะลงมาก็อาจจะไม่ได้บ้านเสียที หรือได้บ้านในขนาดหรือคุณภาพที่เล็กลง วิทยากรท่านหนึ่งบอกว่า หมดยุคของถูกแล้ว  มีแต่จะยิ่งแพง ยิ่งเพิ่มราคาขึ้นไปเรื่อยๆ   หรือ ถ้าสร้างในงบเท่าเดิม แต่คุณภาพวัสดุ หน้าตาความสวยงามของบ้านราคา 3 ล้านวันนี้อาจจะลดลง ถ้าคิดจะสร้างปีหน้า

    เวลาเลือกบริษัทรับสร้างบ้านหรือผู้รับเหมา เจ้าของบ้านฉลาดๆ แบบเรายิ่งต้อง screen คนที่จะสร้างบ้านให้เราให้มากขึ้นเป็นพิเศษ  ป้องกันผู้รับเหมาหนี หาย ทิ้งงานเพราะแบกรับต้นทุนก่อสร้างไม่ไหว   ลองดูว่าผู้รับเหมาหรือบริษัทรับสร้างบ้านรายนั้น รับงานเกินตัวหรือเปล่า เพราะยิ่งในภาวะที่ราคาต้นทุนก่อสร้างสูงขึ้น บริษัทหรือผู้รับเหมาอาจขาดสภาพคล่อง บริหารเงินสดไม่ทัน จนไม่สามารถว่าจ้างแรงงานฝีมือมาทำงาน  งานก่อสร้างที่ออกมาก็อาจจะไม่ได้มาตรฐานตามที่ต้องเป็น

    ถ้าตัดสินใจแน่นอนแล้ว ว่าจะสร้างบ้าน ก็ควรจับไม้จับมือตกลงทำสัญญาเรื่องสเปควัสดุก่อสร้างกับทางบริษัทรับสร้างหรือผู้รับเหมาให้เรียบร้อย เพื่อ lock ราคาวัสดุก่อสร้างเอาไว้ ก่อนที่จะมีการปรับขึ้น

    ในส่วนของผู้รับเหมาหรือบริษัทรับสร้างบ้านเอง ถ้ารู้จักบริหารต้นทุนเป็น มีการวางแผนต้นทุนต่างๆ เอาไว้ล่วงหน้า เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ในอนาคต ก็อาจจะช่วยให้ต้นทุนการก่อสร้างไม่บีบรัดตัวเองจนเกินไปจนไปกระทบกับเจ้าของบ้านได้

    ในสภาวะที่อะไรๆ ก็พากันขึ้นราคากันหมด ไม่ใช่แค่บริษัทรับสร้างบ้านเท่านั้นที่จะต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ที่รออยู่ข้างหน้า เจ้าของบ้านเองที่โดนผลกระทบนี้แบบเต็มๆ ก็ต้องปรับตัวเช่นเดียวกันนะคะ
    ขอขอบคุณบทความจาก http://community.akanek.com/articles/akanekjaja/home-material-cost-factors

    ใส่ความเห็น

    Your email address will not be published. Required fields are marked *