จันทบุรี

จังหวัดจันทบุรี :: ข้อมูลทั่วไป
จันทบุรี หรือเมืองจันท์เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 245 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 6,338 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ ดินฟ้าอากาศเอื้ออำนวยต่อการปลูกผลไม้หลายชนิด โดยเฉพาะ ทุเรียน เงาะ มังคุด และพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆ เช่น พริกไทย ยางพารา เป็นศูนย์กลางธุรกิจด้านอัญมณี และมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็นภูเขา ป่าไม้ น้ำตก ชายทะเล และโบราณสถาน โบราณวัตถุต่าง ๆ
จันทบุรี เป็นเมืองเก่าแก่ มีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปีมาแล้ว เริ่มมีการตั้งเมืองครั้งแรก ที่บริเวณหน้าเขาสระบาป โดยชนชาวขอม ต่อมาได้ย้ายมาสร้างเมืองใหม่ ที่บ้านลุ่มซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี เมื่อ ปี พ.ศ. 2200 และหลังจากกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าในปี พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้เข้ายึดเมืองจันทบุรี เพื่อใช้เป็นแหล่งสะสมเสบียงอาหารและรวบรวมกำลังพล เพื่อใช้ในการกอบกู้กรุงศรีอยุธยาคืนจากพม่า ในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ย้ายเมืองไปตั้งที่บ้านเนินวง ซึ่งอยู่ในที่สูง เพื่อเป็นที่มั่น ในการป้องกันการถูกรุกรานของญวณ แต่เนื่องจากห่างไกลจากแหล่งน้ำ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงย้ายเมืองจันทบุรี กลับมาตั้งที่บ้านลุ่ม ตามเดิมตราบจนทุกวันนี้ ในปี พ.ศ. 2436 เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส และฝรั่งเศสได้เข้ามา ยึดครองเมืองจันทบุรีไว้นานถึง 11 ปี จนไทยต้องยอมยกดินแดน ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ให้กับฝรั่งเศส เพื่อแลกเมืองจันทบุรีกลับคืนมา ต่อมาในปี พ.ศ. 2476 ได้มีการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินขึ้นใหม่ เมืองจันทบุรีจึงมีฐานะเป็นจังหวัดมาจนถึงปัจจุบัน
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อจังหวัดสระแก้ว ฉะเชิงเทรา และ ชลบุรี
ทิศใต้ ติดต่ออ่าวไทย
ทิศตะวันออก ติดต่อจังหวัดตราด และราชอาณาจักรกัมพูชา
ทิศตะวันตก ติดต่อจังหวัดระยอง
การปกครอง
จันทบุรี แบ่งการปกครองออกเป็นอำเภอเมือง อำเภอท่าใหม่ อำเภอขลุง อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอมะขาม อำเภอสอยดาว อำเภอนายายอาม อำเภอแก่งหางแมว และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ (รหัสทางไกล 039)
สำนักงานจังหวัดจันทบุรี 311-001
ททท.สำนักงานภาคกลาง จ.ระยอง (038) 655-420-1
ประชาสัมพันธ์จังหวัด 311-001
ไปรษณีย์จังหวัด 311-013
องค์การโทรศัพท์ 311-800
สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง 311-115
ตำรวจทางหลวง 311-188
ตำรวจท่องเที่ยว 1155
สถานีขนส่ง 311-299
โรงพยาบาลตากสิน 321-759
โรงพยาบาลพระปกเกล้า 311-611-3 , 324-975
โรงพยาบาลท่าใหม่ 431-001-2
โรงพยาบาลขลุง 441-644
สถานที่ท่องเที่ยว ในตัวเมืองและบริเวณใกล้เคียง
ศาลหลักเมืองจันทบุรีและศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ตั้งอยู่ที่ถนนท่าหลวงในตัวเมืองจันทบุรี หน้าค่ายสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งเป็นค่ายทหารกองพันทหารราบที่ 3 บริเวณเยื้องกับศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินเป็นอาคารสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเดิมเคยใช้เป็นศาลากลางจังหวัดจันทบุรีมาก่อน

สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ตั้งอยู่เยื้องกับศาลากลางจังหวัด ริมถนนเลียบเนิน มีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ภายในสวนมีเกาะกลางน้ำ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระเจ้าตากสินมหาราช ในบริเวณบึงที่ล้อมรอบเกาะนี้ นอกจากจะเป็นที่พายเรือเล่นแล้ว ยังใช้เป็นที่เพาะพันธุ์ปลาของประมงจังหวัดอีกด้วย

ถนนสายอัญมณี
ตั้งอยู่ในตัวเมืองบริเวณถนนศรีจันท์และตรอกกระจ่าง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน นับเป็นถนนสายเศรษฐกิจของจังหวัด ที่ผู้ประกอบธุรกิจด้านอัญมณี จะมาซื้อขายพลอย และอัญมณีต่างๆ เป็นประจำทุกวัน นับเป็นตลาดพลอยเจียระไนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย นอกจากนี้ในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ยังมีการค้าขายพลอยดิบอีกด้วย โดยเปิดตลาดในช่วงเช้าเวลา 08.00 น. จนถึงประมาณ 15.00 น. มีนายหน้าหรือตัวแทนซื้อขายพลอยมาชุมนุมต่อรองราคากันอย่างคึกคัก นับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองจันทบุรี

วัดเขตร์นาบุญญาราม
ตั้งอยู่ที่ถนนเบญจมราชูทิศในตัวเมืองจันทบุรี เป็นวัดญวนซึ่งก่อสร้างเป็นศิลปะแบบจีนปนไทย วัดนี้มีสิ่งน่าแปลกอย่างหนึ่งคือ มีนกนางแอ่นป่ามาสร้างรังสีดำขนาดใหญ่ ห้อยย้อยลงมาจากกลางเพดานโบสถ์ และยังมีรังเล็ก ๆ อยู่ตามหัวเสาที่อยู่ด้านหน้าโบสถ์ด้วย นกนางแอ่นเหล่านี้มาอาศัยทำรังที่วัดแห่งนี้เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว โดยจะบินออกไปหาอาหารในตอนเช้าและบินกลับมาเข้ารังในตอนเย็น

วัดไผ่ล้อม
ตั้งอยู่ที่ตำบลจันทนิมิตร เดินทางไปตามถนนศรีจันท์ ข้ามสะพานตรีรัตน์ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรีไปเล็กน้อย มีแยกซ้ายไปวัดเป็นระยะทางอีกราว 500 เมตร ภายในวัดมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลาย เกี่ยวกับพระเจ้าสิบชาติ

โบสถ์คาทอลิก
เป็นโบสถ์คริสต์นิกายคาทอลิก ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ ตำบลจันทนิมิตร สามารถเข้าทางเดียวกับวัดไผ่ล้อม เมื่อถึงวัดไผ่ล้อมแล้วเดินทางต่อไปอีกราว 1 กิโลเมตร หรือจากตัวเมืองเดินทางข้ามสะพานวัดจันท์ไปตามถนนจันนิมิตรจะพบทางแยกขวาไปโบสถ์คาทอลิก สถานที่แห่งนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล ได้ชื่อว่า เป็นโบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีรูปทรงทางสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่เรียกว่า ศิลปะแบบโกธิค ตบแต่งด้วยกระจกสีติดผนังเป็นภาพทางคริสต์ศาสนา สวยงามมาก

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี
ตั้งอยู่ภายในสถาบันราชภัฏรำไพพรรณี ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 316 อยู่บริเวณที่เป็นพระตำหนักสวนบ้านแก้วพระราชนิเวศน์ของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 โดยมีการรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เป็นอนุสรณ์ของพระองค์ท่านเก็บไว้ และยังมีโบราณวัตถุที่เก็บจากท้องที่จังหวัด จันทบุรีนำมาแสดงไว้ด้วย เปิดให้เข้าชมในวันและเวลาราชการ โดยทำหนังสือขออนุญาตเข้าชม ล่วงหน้าไปที่สถาบันราชภัฏรำไพพรรณี อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

วัดพลับพลา
อยู่ที่ตำบลบางกะจะ มีสิ่งสำคัญคือ วิหารไม้ เจดีย์กลางน้ำ หอไตรกลางน้ำ หอสวดมนต์ และพระปรางค์

วัดทองทั่ว
อยู่ริมถนนสุขุมวิท ห่างจากตัวเมืองราว 4 กิโลเมตร มีพระอุโบสถและเจดีย์อายุนับร้อยปี เป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุเขมร ได้แก่ ทับหลังแบบศิลปะถาลาปริวัติ ทับหลังแบบศิลปะไพรกเมง เสาอิงประดับกรอบประตูแบบศิลปะถาลาปริวัติ และแบบศิลปะนครวัดตอนปลาย และภาพสลักลายเส้นพระพิฆเณศวร และงวงหูช้างหิน อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 17-18

โบราณสถานเมืองเพนียด
อยู่ในเขตตำบลคลองนารายณ์ ใกล้กับวัดทองทั่ว มีกำแพงก่อด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าเดิมเป็นที่ตั้งเมืองจันทบุรีในยุคแรก

เส้นทางอำเภอเมือง – ท่าใหม่ – คุ้งวิมาน
แหล่งเรือโบราณ
ตั้งอยู่ที่บ้านเสม็ดงาม โดยเดินทางจากตัวเมืองไปตามถนนท่าแฉลบผ่านโรงแรมอีสเทิร์น ไปวิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี ระยะทาง 3 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตรงวัดเกาะโตนดไปอีก 4 กิโลเมตร ผ่านวัดเสม็ดงาม แล้วเลี้ยวขวาไปอีก 1 กิโลเมตร บริเวณนี้เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ซึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชใช้เป็นที่ต่อเรือรบ เมื่อครั้งเตรียมยกทัพไปตีพม่า เมื่อ พ.ศ. 2310 เพื่อกู้เอกราชชาติไทย หน่วยโบราณคดีใต้น้ำ กองโบราณคดี กรมศิลปากร ได้ทำการขุดค้นซากเรือและตรวจสอบชั้นดินทางโบราณคดี พบส่วนประกอบต่าง ๆ ของเรือโบราณ และแอ่งน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่ตามริมฝั่งอ่าวลักษณะคล้ายอู่เรืออยู่หลายแห่ง

โบราณสถานค่ายเนินวง
ตั้งอยู่ที่ตำบลบางกะจะ ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันตก ตามถนนท่าแฉลบประมาณ 6.5 กิโลเมตร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาพระคลังสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2377 เพื่อเตรียมรับศึกญวน มีพื้นที่ประมาณ 270 ไร่ มีลักษณะเป็นเมืองรูปสี่เหลี่ยม มีกำแพงขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง มีคูน้ำล้อมรอบ แต่ละด้านมีประตูเชิงเทินหอรบ มีปืนใหญ่วางเรียงรายไว้ตามแนวกำแพงโดยรอบ นับว่าเป็นค่ายที่มั่นคงแข็งแรงที่สุดในสมัยนั้น ในบริเวณค่ายมีศาลหลักเมืองซึ่งประดิษฐานพระรูปของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และยังมีเก่าแก่ชื่อวัดโยธานิมิตร ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดประจำเมือง

สำนักงานโบราณคดีใต้น้ำ
ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายเนินวง เป็นสถานที่เก็บรวบรวมและรักษาโบราณวัตถุที่นำขึ้นมาจากเรือสำเภาโบราณที่จมอยู่ใต้ทะเลอ่าวไทย โบราณวัตถุเหล่านี้ประกอบด้วยเครื่องปั้นดินเผาประเภทถ้วย โถ ไห กระปุก ตุ๊กตารูปคนและรูปสัตว์ ซึ่งเป็นเครื่องสังคโลกไทยจากแหล่งเตาศรีสัชนาลัย และเตาแม่น้ำน้อย จังหวัดสิงห์บุรี เปิดให้เข้าชมทุกวันโดยไม่เสียค่าเข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ปัจจุบันกรมศิลปากรกำลังดำเนินการปรับปรุงสถานที่แห่งนี้เพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทบุรี เพื่อเป็นสถานที่สำหรับศึกษาค้นคว้าประวัติความเป็นมาด้านสังคม เศรษฐกิจ ธรรมชาติวิทยา รวมทั้งวิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรมของจันทบุรี รวมทั้งจัดแสดง หลักฐาน ความเป็นมาเกี่ยวกับการพาณิชย์นาวีของไทยไว้ด้วย

บ่อพลอยเขาพลอยแหวน
อยู่ที่ตำบลบางกะจะ อยู่เลยค่ายเนินวงไปทางอำเภอท่าใหม่ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นแหล่งขุดพลอยแห่งแรกของเมืองจันท์ ชาวบ้านส่วนใหญ่เดิมมีอาชีพเกี่ยวข้องกับพลอยอย่างครบวงจร คือมีทั้งการขุด เผา เจียระไนพลอย รวมถึงการนำออกจำหน่ายสู่ตลาด และบริเวณนี้ยังเป็นเส้นทางของผู้ค้าทับทิมที่มาจากบ่อไร่ และหนองบอนของจังหวัดตราดอีกด้วย

เจดีย์ยอดเขาพลอยแหวน
อยู่ที่ตำบลพลอยแหวน อำเภอท่าใหม่ พระยาจันทบุรีได้สร้างขึ้น เมื่อราวปี พ.ศ. 2375 ในสมัยรัชกาลที่ 5 บนจุดที่สูงที่สุดของเขาพลอยแหวน เป็นเจดีย์ทรงกลมแบบลังกา ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองอยู่ใกล้เคียงกัน

วนอุทยานเขาแหลมสิงห์
ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 1ตำบลบางกะไชย อำเภอแหลมสิงห์ มีเนื้อที่ทั้งทางบกและทางทะเลประมาณ 9,500 ไร่ มีทรัพยากรธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย สภาพป่าเป็นป่าดงดิบแล้งและป่าชายหาด พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ กฤษณา ไม้กะบก ไม้ตะแบก หว้า ตีนเป็ด มีสัตว์เล็ก ๆ หลายชนิด เช่น ลิงแสม กระจงเล็ก กระรอกบินสีส้ม ไก่ป่า และนกนานาชนิด ส่วนพืชและสัตว์ทะเลจะพบตามชายหาดและเกาะต่าง ๆ

เส้นทางระยอง – จันทบุรี
ถ้ำเขาวง
อยู่บ้านเขาวงกต อำเภอแก่งหางแมว เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง เดินทางไปตามเส้นทางระยอง-จันทบุรี ก่อนถึงตัวเมืองจันท์ราว 40 กิโลเมตร มีแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทตรงกิโลเมตรที่ 286 (บ้านกองดิน) ระยะทาง 11 กิโลเมตร หรืออีกเส้นทางหนึ่งแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทที่ กม. 288 บริเวณตลาดนายายอามเป็นระยะทาง 15 กิโลเมตร เขาวงเป็นภูเขาหินปูนหลายลูกล้อมกันลักษณะเป็นวง มีพื้นที่ราว 2,750 ไร่ มีชะโงกผาที่สวยงามมาก ภายในเขามีถ้ำที่สวยงามน่าศึกษาและเที่ยวชมประมาณ 20 ถ้ำ เช่น ถ้ำเพชร ถ้ำละคร ถ้ำสิงห์โต ถ้ำ สามิตร ถ้ำเต่า ฯลฯ มีหินงอก หินย้อยที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ บางถ้ำติดต่อทะลุถึงกันได้ บริเวณเขาวงมีพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจศึกษามากมาย รวมทั้งสัตว์ป่า เช่น ลิง หมีควาย และเลียงผา นักท่องเที่ยวสามารถขอคำแนะนำ การชมถ้ำได้จากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานที่เขาวงได้ การเข้าชมถ้ำ ควรนำไฟฉายติดตัวไปด้วยเนื่องจากในถ้ำไม่มีแสงสว่าง ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวคือ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน หากพ้นช่วงนี้ไปแล้ว ภายในถ้ำจะมีน้ำเอ่อท่วมอยู่ตลอดเวลา
เส้นทางอำเภอเมือง – น้ำตกกระทิง
ฟาร์มจระเข้-สวนสัตว์ชำโสม
ตั้งอยู่ที่บ้านชำโสม ตำบลแสลง อำเภอเมืองจันทบุรี เดินทางไปตามถนนสุขุมวิทถึงหลัก กม. 324 เลี้ยวตรงสี่แยกเขาไร่ยา ทางไปน้ำตกกระทิง เป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร อยู่ด้านขวามือ เป็นศูนย์รวมพันธุ์จระเข้น้ำจืด และจระเข้น้ำกร่อยหลายชนิดนับพันตัว และมีสัตว์อื่น ๆ อีกนานาชนิด บริเวณรอบฟาร์มเป็นสวนผลไม้ เช่น ทุเรียน เงาะ สละ และกระท้อน เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. นอกจากนี้ยังมีการแสดงของช้างแสนรู้ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ วันละ 2 รอบ เวลา 12.00 น. และ 15.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศคนละ 60 บาท รายละเอียดสอบถามได้ที่ โทร. 01- 327-0347, (039) 324247

วัดเขาสุกิม
อยู่ในเขตตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 20 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 ด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญภาวนาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป วัดมีบริเวณกว้างขวาง อยู่สูงขึ้นไปบนเนินเขา มีพื้นที่ประมาณ 3,280 ไร่ ภายในวัดมีศาสนสมบัติ ศาสนวัตถุ และวัตถุโบราณล้ำค่าต่างๆ มากมาย มีการจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งของพระอาจารย์ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนทั่วไปกว่า 20 ท่าน เช่น หลวงปู่แหวน หลวงปู่วัน พระอาจารย์มั่น ฯลฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.

การเดินทางไปวัดเขาสุกิม สามารถไปได้หลายเส้นทาง คือ จากถนนสุขุมวิท กม. 105 บริเวณบ้านห้วยสะท้อน มีทางแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 3322 ไปวัดเขา สุกิมเป็นระยะทาง 13 กิโลเมตร หรือหากเลยแยกนี้ไปจะมีทางเข้าวัดได้อีกทางหนึ่งที่บริเวณบ้านเนินสูงเป็นระยะทาง 16กิโลเมตร หรืออาจใช้เส้นทางไปน้ำตกกระทิงก็ได้ โดยแยกจากถนนสุขุมวิทที่บริเวณสี่แยกเขาไร่ยาเข้าไปประมาณ 7 กิโลเมตร ถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร

สวนสะเด็ดยาด
อยู่เยื้องกับวัดเขาสุกิม มีเนื้อที่ประมาณ 180 ไร่ เป็นสวนผลไม้ ปลูกเงาะและทุเรียนเป็นส่วนใหญ่ ช่วงที่เหมาะแก่การมาเที่ยวชม คือช่วงที่ผลไม้ออกชุก ในราวเดือนเมษายนถึงมิถุนายน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 50 บาท สามารถรับประทานเงาะที่ปลูกในสวนได้ ภายในสวนมีที่พักพร้อมห้องประชุม สระว่ายน้ำ และห้องอาหารไว้บริการแก่นักท่องเที่ยว รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ สำนักงานหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ กรุงเทพฯ โทร. 272-1030 ต่อ 1431 หรือที่จันทบุรี โทร. (01) 211-2968

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ
อยู่ในท้องที่อำเภอมะขามและกิ่งอำเภอเขาคิชกูฏ การเดินทางใช้ถนนสุขุมวิท ถึง กม. 324 บริเวณสี่แยกเขาไร่ยา แยกซ้ายไป 21 กิโลเมตร ถึงทางแยกเข้าอุทยานเลี้ยวขวาอีก 1.5 กิโลเมตร (สามารถนั่งรถสองแถวจันทบุรี-น้ำตกกระทิง ค่าโดยสาร 20 บาทต่อคน

เพคเกจทัวร์ล่องแก่งคลองโป่งน้ำร้อน
พบความสนุกตื่นเต้นกับการล่องแก่งวังขอน วังวน วังกะทะ โดยมีเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ให้ความสะดวกครบครัน อัตราค่าบริการ 3,9000 บาท/ลำ พร้อมอาหาร 1 มื้อ ในจำนวน 8 คน หรือท่านละ 650 บาท อัตรานี้รวมค่าบริการต่าง ๆ ดังนี้
ค่าล่องเรือยาง
ค่าเสื้อชูชีพ และหมวกกันน็อค
ค่าเจ้าหน้าที่ควบคุมเรือยาง

ติดต่อล่วงหน้าก่อนเดินทาง 1 หัปดาห์ที่สำนักงานที่ว่าการอำเภอโป่งน้ำร้อน โทร. (039) 387110, 387035 หรือ ติดต่อที่ บริษัท ฟูจิ คุณทรงศักดิ์ (01) 831-4922, (01) 253-3503, กรุงเทพฯ โทร. 918-606-8

เส้นทางอำเภอเมือง – อำเภอมะขาม – อำเภอสอยดาว
เขื่อนคีรีธาร
ตั้งอยู่ในเขตอำเภอมะขาม จากจันทบุรีเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 317 ประมาณ 20 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาไปเขื่อนคีรีธาร เป็นเขื่อนเอนกประสงค์สร้างขึ้นเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและใช้ประโยชน์ในการชลประทาน บริเวณอ่างเก็บน้ำมีทิวทัศน์สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว
มีพื้นที่ 465,637.5 ไร่ ห่างจากจังหวัดจันทบุรีประมาณ 70 กิโลเมตร จากจันทบุรีเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 317 ที่มุ่งสู่สระแก้ว ผ่านอำเภอโป่งน้ำร้อน ถึงหลักกิโลเมตรที่ 22 ก่อนถึงตลาดปะตงจะมีทางแยกซ้ายไปอีก 3 กิโลเมตรถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว

การเดินทาง นั่งรถประจำทางจากจันทบุรี-สระแก้ว ลงที่ตลาดปะตง แล้วเหมารถสองแถว ไปส่งที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ราคาประมาณ 100-150 บาท

เขาสอยดาวมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มียอดเขาที่สูงที่สุดในภาคตะวันออกคือ ยอดเขาสอยดาวใต้ สูงประมาณ 1,675 เมตร นอกจากนี้ยังมีเขาสิบห้าชั้น เขาตะพง เขางู และเขาทรายขาว ภูเขาเหล่านี้เป็นแหล่งกำเนิดของน้ำตกและห้วยน้ำลำธารหลายสาย มีสัตว์ป่ามากมาย รวมทั้งนกและผีเสื้อสีสันสวยงามมากมายหลายชนิด น้ำตกที่สำคัญคือ น้ำตกเขาสอยดาว ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชมได้ ประกอบด้วยชั้นต่างๆ ถึง 15 ชั้น อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 4 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและค่ายพักแรมสำหรับเยาวชนและกลุ่มคณะที่สนใจ ติดต่อขออนุญาตล่วงหน้าที่ สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าทรายขาว ตู้ปณ.15 อ.สอยดาว จันทบุรี 22180 หรือ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ กรุงเทพฯ โทร. 579-4847

เส้นทางอำเภอเมือง-อำเภอแหลมสิงห์-อำเภอขลุง
วัดเนินสูง
แยกขวาเข้าตรงกิโลเมตรที่ 338 ไปประมาณ 900 เมตร วัดนี้มีจิตรกรรม ฝาผนังเช่นเดียวกับวัดไผ่ล้อม

วัดมังกรบุปผาราม หรือวัด “เล่งฮัวยี่”
ในภาษาจีน ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 345 ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นวัดจีนที่สงบและสวยงาม น่าแวะไปเยี่ยมชม

อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว
ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาสระบาป อำเภอแหลมสิงห์ จากตัวเมืองขับรถออกมาที่ถนนสุขุมวิทตรงกิโลเมตรที่ 346 มีทางแยกซ้ายไปน้ำตกพลิ้ว 2 กิโลเมตร (สามารถใช้บริการรถสองแถวจันทบุรี-น้ำตกพริ้ว ค่าโดยสาร 20 บาท)

แหล่งทอเสื่อจันทบูรบ้านบางสระเก้า เสื่อจันทบูร
เป็นหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งผู้มาเที่ยวเมืองจันท์นิยมหาซื้อเพื่อเป็นของใช้ของฝาก กรรมวิธีการผลิตเริ่มจากเก็บต้นกกที่ปลูกไว้มาผ่าเป็นเส้นแล้วตากแดดให้แห้ง จากนั้นนำมาย้อมสีแล้วตากให้แห้งอีกครั้ง แล้วจึงนำมาทอเป็นผืนเสื่อให้มีลวดลายสวยงาม นอกจากนี้ยังมีการประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้อื่น ๆ อีก เช่น กระเป๋า กล่องใส่กระดาษเช็ดมือ ที่รองจาน และที่ใส่จดหมาย เหมาะแก่การซื้อหาเป็นของฝาก หากจะไปชมวิธีการผลิตที่บ้านบางสระเก้า เดินทางจากตัวเมืองข้ามสะพานตรีรัตน์ไปยังถนนสุขุมวิท เลี้ยวขวาทางไปตราดประมาณ 8 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาไปบ้านบางสระเก้าเป็นระยะทางอีก 8 กิโลเมตร นอกจากบางสระเก้าแล้ว ยังมีแหล่งทอเสื่อกกอยู่ที่บ้านเสม็ดงาม และบ้านตะเคียนคู่ในเขตอำเภอเมืองอีกด้วย

คุกขี้ไก่
อยู่ก่อนถึงหาดแหลมสิงห์ราว 1 กิโลเมตร เป็นคุกที่ฝรั่งเศสสร้างขึ้นเพื่อกักขังคนไทยที่ต่อต้าน เมื่อครั้งฝรั่งเศสเข้ายึดจันทบุรีในกรณีพิพาทกันด้วยเรื่องดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง พ.ศ. 2436 (ร.ศ. 112) คุกขี้ไก่มีลักษณะเป็นหอสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างยาวด้านละประมาณ 4.40 เมตร สูงประมาณ 7 เมตร ก่อด้วยอิฐถือปูน มีช่องระบายอากาศอยู่สองแถว หลังคาโปร่ง เล่ากันว่า เป็นคุกที่ทรมานมากเพราะชั้นบนใช้เป็นที่เลี้ยงไก่ ซึ่งจะถ่ายมูลรดศีรษะนักโทษที่ถูกคุมขังตลอดเวลา

ตึกแดง
ตั้งอยู่ใกล้กับคุกขี้ไก่ เดิมเป็นที่ตั้งของป้อมพิฆาตปัจจามิตร แต่ฝรั่งเศสดัดแปลงป้อมนี้ให้เป็นที่พักและกองบัญชาการทหารฝรั่งเศส ตึกแดงสร้างขึ้นพร้อมกับคุกขี้ไก่ เป็นตึกชั้นเดียว สีแดง หลังคามุงกระเบื้อง ปัจจุบันใช้เป็นห้องสมุดประชาชนอำเภอแหลมสิงห์

หาดแหลมสิงห์
ห่างจากตัวเมือง 31 กิโลเมตร โดยเดินทางไปตามถนนสุขุมวิท เส้นทางไปจังหวัดตราด ถึง กม. 347 มีทางแยกขวาไปหาดแหลมสิงห์อีก 16 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่ร่มรื่นด้วยแนวสนซึ่งทอดยาวไปตลอดชายหาด ริมหาดมีร้านอาหาร และมีเรือให้เช่าไปเที่ยวเกาะจุฬา ซึ่งอยู่หน้าหาดแหลมสิงห์

โอเอซีส ซี เวิลด์
ตั้งอยู่ก่อนถึงหาดแหลมสิงห์ ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอแหลมสิงห์ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์และอนุรักษ์ปลาโลมาในน่านน้ำจันทบุรี ซึ่งมีอยู่ 2 พันธุ์ คือ พันธุ์หัวบาตร และพันธุ์หัวขวด มีการแสดงของปลาโลมาให้ชมวันละประมาณ 5 รอบ นอกจากนี้ยังมีสวนผีเสื้อ บ่อปลา และสัตว์ต่าง ๆ รวมทั้งร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และที่พัก เปิดให้เข้าชมทุกวัน วันธรรมดาเวลา 09.00-18.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการเวลา 07.00-18.00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 90 บาท เด็ก 50 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. (039) 363238-9

กรุงเทพมหานคร

 

 

กรุงเทพฯ หรือ บางกอก เมืองหลวงของประเทศไทย เริ่มก่อตั้งภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงครองราชย์ ปราบดาภิเษก เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 6 เมษายน เดือนห้า แรม 9 ค่ำ ปีขาล พ.ศ. 2325 พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวัง ทางคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา ฟากตะวันออก เนื่องจากเป็นชัยภูมิที่ดีกว่า กรุงธนบุรี เพราะมีแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแนวคูเมือง ทางด้านตะวันตก และด้านใต้ 

อาณาเขตของกรุงเทพฯ ในขั้นแรกถือเอาแนวคูเมืองเดิมฝั่งตะวันออกของกรุงธนบุรี คือ แนวคลองหลอด ตั้งแต่ปากคลองตลาด จนออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า เป็นบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ มีพื้นที่ประมาณ 1.8 ตารางกิโลเมตร 

บริเวณที่สร้างพระราชวังนั้นเดิมเป็นที่อยู่อาศัยของพระยาราชเศรษฐีและชาวจีน ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปอยู่ที่สำเพ็ง ในการก่อสร้างพระราชวังโปรดเกล้าฯ ให้พระยาธรรมาธิบดี กับพระยาวิจิตรนาวี เป็นแม่กองคุมการก่อสร้าง ได้ตั้งพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่งแล้ว 54 นาที (21 เมษายน 2325) พระราชวังแล้วเสร็จ เมื่อ พ.ศ. 2328 จึงได้จัดให้มีพิธีบรมราชาภิเษก ตามแบบแผน รวมทั้งงานฉลองพระนคร โดยพระราชทานนาม พระนครใหม่ว่า “ กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์ ” ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปลี่ยน คำว่า “ บวรรัตนโกสินทร์ ” เป็น “ อมรรัตนโกสินทร์ ” และในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีได้รวมจังหวัด ธนบุรี เข้าไว้ด้วยกันกับกรุงเทพฯ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “ กรุงเทพมหานคร ” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515


อาณาเขต :ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดนนทบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดสมุทรปราการ
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดฉะเชิงเทรา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดนครปฐม


หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ
สายด่วนกรุงเทพมหานคร โทร. 1555
โทรศัพท์ฉุกเฉิน โทร. 191
ศูนย์บริการผู้ใช้ทางพิเศษ โทร. 1543
รพ.ศิริราช โทร. 0 2411-0241-9
รพ.รามาธิบดี โทร. 0 2246-1073-99
รพ.พระมงกุฎเกล้า โทร. 0 2246-0066 , 246-1671-9
รพ.ภูมิพลฯ โทร. 0 2531-1970-99
รพ.กลาง โทร. 0 2221-6141-50
รพ.วชิรพยาบาล โทร. 0 2243-0151-79
รพ.ลาดกระบัง โทร. 0 2326-7987
รพ.จุฬาลงกรณ์ โทร. 0 2252-8131-9
รพ.ราชวิถี โทร. 0 2246-0052
รพ.เด็ก โทร. 0 2246-1260-8
รพ.กล้วยน้ำไท โทร. 0 2381-2006-20
รพ.พญาไท โทร. 0 2245-2620-1
รพ.เมโย โทร. 0 2579-9660-75
รพ.สงฆ์ โทร. 0 2274-1825-8
รพ.ตา หู คอ จมูก โทร. 0 2412-1950-3
รพ.ธนบุรี โทร. 0 2411-4001
รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า โทร. 0 2468-0116-20
รพ.ตำรวจ โทร. 0 2252-8111-25

จังหวัดกำแพงเพชร

ดาวน์โหลด ข้อมูล จังหวัด kamphaengphet

คำขวัญจังหวัดกำแพงเพชร

” กรุพระเครื่อง เมืองคนแกร่ง
ศิลาแลงใหญ่ กล้วยไข่หวาน น้ำมันลานกระบือ ”

ประวัติ
จังหวัดกำแพงเพชรเป็นเมืองเก่าแก่ ตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออก ของ แม่น้ำปิง ครับ ปรากฏซากกำแพงเมืองเก่าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าโค้งไปตาม รูปลำน้ำปิง และยังมีซากของป้อมปราการที่แข็งแรง แสดงถึงความสำคัญในอดีตที่จะต้องเป็นเมืองในระดับเมืองลูกหลวงมาก่อนจาก หลักฐานทางประวัติศาสตร์ บ่งบอกว่าก่อน มีเมืองกำแพงเพชรเคยมีเมืองเก่ามาก่อนนั้นแล้ว 2 เมืองครับคือ เมืองชากังราว ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของ แม่น้ำปิง กับ เมืองนครชุม ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำปิงตรง กันข้าม กับเมืองกำแพงเพชรเก่าครับ
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดตาก และ สุโขทัย
ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดนครสวรรค์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดตาก
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดพิจิตรและ พิษณุโลก

การปกครอง
จังหวัดกำแพงเพชรแบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ และ 2 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองกำแพงเพชร อำเภอคลองขลุง
อำเภอไทรงาม อำเภอขาณุวรลักษบุรี อำเภอพรานกระต่าย อำเภอลานกระบือ อำเภอคลองลาน กิ่งอำเภอทุ่งทราย และกิ่งอำเภอปางศิลาทอง

จังหวัดกำแพงเพชร :: ข้อมูลทั่วไป

กำแพงเพชร อยู่ทางภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ทางทิศเหนือและทิศใต้ของจังหวัดเป็นที่ราบ ทางทิศตะวันตกเป็นภูเขาสลับซับซ้อนและเป็นต้นน้ำของลำธารต่าง ๆ เช่น คลองสวนหมาก คลองวังเจ้า คลองขลุง และคลองแขยง ซึ่งจะไหลลงสู่แม่น้ำปิง ที่เป็นแม่น้ำสำคัญที่ไหลผ่านกลางพื้นที่ของจังหวัดตั้งแต่เหนือสุดจนใต้สุดกำแพงเพชร เป็นที่ตั้งของเมืองเก่าที่ปรากฎหลักฐานอยู่ในประวัติศาสตร์ไทยไม่น้อยกว่า 700 ปี เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสุโขทัย มีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง และเป็นเมืองหน้าด่านทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ กำแพงเมืองและป้อมปราการจึงถูกสร้างอย่างแข็งแรงและยังเหลือร่องรอยอยู่จนปัจจุบัน จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ก่อนมีเมืองกำแพงเพชรเคยมีเมืองเก่ามาก่อน 2 เมือง คือเมืองชากังราว ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำปิง และเมืองนครชุม อยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำปิงกำแพงเพชร จึงเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์วัฒนธรรม และธรรมชาติป่าเขา น้ำตก อันงดงาม มีอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี 2534 และยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์ ทั้งป่าไม้ นก สัตว์ต่าง ๆ อาทิ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อุทยานแห่งชาติคลองลาน และอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงามอีกด้วยจังหวัดกำแพงเพชร อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 358 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 8,607.5 ตารางกิโลเมตร
การปกครอง
จังหวัดกำแพงเพชร แบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ คือ อำเภอเมืองกำแพงเพชร อำเภอคลองขลุง อำเภอคลองลาน อำเภอไทรงาม อำเภอขาณุวรลักษบุรี อำเภอพรานกระต่าย อำเภอลานกระบือ อำเภอปางศิลาทอง อำเภอทรายทองวัฒนา อำเภอบึงสามัคคี และอำเภอโกสัมพีนคร
อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเมือง จังหวัดตาก และอำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก อำเภอโพธิ์ทะเล และอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก
ระยะทางจากตัวเมืองไปยังอำเภอต่างๆ
– อำเภอพรานกระต่าย 25 กิโลเมตร
– อำเภอไทรงาม 43 กิโลเมตร
– อำเภอคลองลาน 50 กิโลเมตร
– อำเภอคลองขลุง 43 กิโลเมตร
– อำเภอลานกระบือ 55 กิโลเมตร
– อำเภอขาณุวรลักษบุรี 79 กิโลเมตร
– กิ่งอำเภอทรายทองพัฒนา 53 กิโลเมตร
– กิ่งอำเภอปางศิลาทอง 70 กิโลเมตร
– กิ่งอำเภอบึงสามัคคี 90 กิโลเมตร
– กิ่งอำเภอโกสัมพีนคร 35 กิโลเมตร
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ (รหัสทางไกล 055)
สำนักงานจังหวัดกำแพงเพชร 711-344
ททท. สำนักงานภาคเหนือ เขต 4 514-341-3
ตำรวจทางหลวง 511-340
ตู้ยามแม่สอด 532-222
รพ.กำแพงเพชร 711-232 , 711-234
รพ.ทุ่งโพธิ์ทะเล 714-098
รพ.คลองขลุง 781-007 , 711-006
รพ.ไทรงาม 713-336
รพ.คลองลาน 786-005
รพ.ขาณุวรลักษ์บุรี 779-013
รพ.พรานกระต่าย 761-014
รพ.ลานกระบือ 769-085
สถานีตำรวจ 711-199
สถานีขนส่งจังหวัด 799-273
ไปรษณีย์จังหวัด 711-030

สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก สินค้าที่ขึ้นชื่อของจังหวัดมีหลายอย่าง อาทิ กล้วยไข่ กระยาสารท เผือกฉาบ มันฉาบ หัตถกรรมหินอ่อน ผลิตภัณฑ์แก้วเป่า ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแป้งปั้นเป็นรูปต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ของที่ระลึกต่าง ๆ เหล่านี้สามารถหาซื้อเป็นของฝากได้ที่กำแพงเพชรหัตถกรรมหินอ่อน ๖/๒ ถ. กำแพงเพชร-สุโขทัย อ. พรานกระต่าย โทร ๐ ๕๕๗๖ ๑๓๓๘ จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากหินอ่อน
หัตถกรรมหินอ่อนบ้านพราน ๒๔/๒-๓ ถนนกำแพงเพชร-สุโขทัย อ. พรานกระต่าย โทร ๐ ๕๕๗๖ ๑๐๑๐ โทรสาร ๐ ๕๕๗๖ ๑๐๘๐ จำหน่ายผลิตภัณฑ์หินอ่อน เช่น โต๊ะหมู่บูชา เจ้าแม่กวนอิม และนาฬิกา
ป้าหาด ถ. ราชดำเนิน ต. ในเมือง อ. เมือง จำหน่ายกล้วยไข่อบ น้ำผึ้ง กระยาสารท และเผือกฉาบ
ผลิตภัณฑ์จากแป้งบ้านครูดรุณ ๐๑๐/๑ หมู่บ้านวังยาง อ.เมือง ใกล้วิทยาลัยครูกำแพงเพชร จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากแป้ง ต้นกล้วย ต้นมะละกอ ต้นแอปเปิ้ล และต้นท้อ
แม่อำไพ ตลาดนครชุม ตำบลนครชุม อ.เมือง จำหน่ายกล้วยกวน และขนมไทย
ร้านเมี่ยงชากังราว (เจ๊ม่วย) 273 ถ.ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จำหน่ายขนมไทย โทร ๐ ๕๕๗๑ ๑๑๒๔
ศูนย์บริรักษ์ไทย ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดกำแพงเพชร เฉลิมพระเกียรติ ถ.ปิ่นดำริห์ อ. เมือง โทร. ๐ ๕๕๗๒ ๒๓๔๑-๒ จำหน่ายผ้าลายไทย และสินค้าหัตถกรรมพื้นเมือง
ศูนย์จำหน่ายหัตถกรรมพื้นบ้านชาวเขา หมู่บ้านชาวเขาเพื่อการท่องเที่ยว ต. ตลองลานพัฒนา อ. คลองลาน
ศูนย์ส่งเสริมหัตถกรรมเครื่องเงินชาวเขา หมู่ ๙ บ้านคลองเตย ถ.คลองลาน-อุ้มผาง กม.ที่ ๔๒ อ.คลองลาน จำหน่ายเครื่องเงินฝีมือชาวเขาเผ่าเย้า เช่น สร้อยคอ ต่างหู แหวน และกำไล
ที่พักจังหวัดกำแพงเพชร
(ราคาห้องพักในเอกสารนี้เปลี่ยนแปลงได้ โปรดสอบถามจากโรงแรมก่อนเข้าพัก)
กอโชคชัย ๑๙-๔๓ ถ.ราชดำเนิน ซ. ๘ โทร. ๐ ๕๕๗๑ ๑๒๔๗, ๐ ๕๕๗๑ ๑๕๓๑ จำนวน ๕๗ ห้อง ราคา ๒๒๐-๓๐๐ บาท
จิตรประภา ๖๗ ม.๒ โทร.๐ ๕๕๗๙ ๙๐๙๔, ๐ ๕๕๗๓ ๘๗๖๗ จำนวน ๓๐ ห้อง ราคา ๒๐๐-๕๐๐ บาท
นวรัตน์ ๒ ซ. ๑๕ ถ.เทศา ๑ โทร ๐ ๕๕๗๑ ๑๑๐๖, ๐ ๕๕๗๑ ๑๒๑๑, ๐ ๒๕๘๙ ๑๖๘๖โทรสาร ๐ ๕๕๗๑ ๑๙๖๑ จำนวน ๕๒ ห้อง ราคา ๔๐๐ – ๙๕๐ บาท
เทพนคร ๑๒/๑ ถ. ราชดำเนิน ซอย ๑๓ โทร ๐ ๕๕๗๑ ๑๐๙๑ จำนวน ๒๓ ห้อง ราคา ๑๘๐ – ๓๕๐ บาท
เพชร โฮเต็ล ๑๘๙ ถ. บำรุงราษฎร์ โทร. ๐ ๕๕๗๑ ๒๘๑๐-๕ จำนวน ๒๑๕ ห้อง ราคา ๖๐๐ – ๒,๕๐๐ บาท
ราชดำเนิน ๑๖๔ ถ.ราชดำเนิน โทร.๐ ๕๕๗๑ ๑๐๒๙ จำนวน ๕๕ ห้อง ราคา ๑๔๐ – ๒๗๐ บาท
ร้านอาหาร
กิตติโภชนา ๒ ถ.วิจิตร อ. เมือง โทร. ๐ ๕๕๗๑ ๑๒๒๙ อาหารไทย-จีน
กำแพงเพชรโภชนา (ร้านนายหยา) ๗๙ ถ. กำแพงเพชร หน้าศาลากลางจังหวัด
เชิงสะพานข้ามแม่น้ำปิง ก๋วยเตี๋ยวไก่มะนาว โทร ๐ ๕๕๗๑ ๓๐๓๕
บะหมี่นายมั่น ถ. ราชดำเนิน ตรงข้ามทัณฑสถานวัยหนุ่มกำแพงเพชร โทร ๐ ๕๕๗๒ ๑๖๓๒
บะหมี่ชากังราว ๓๖๑ ถ.ราชดำเนิน โทร. ๐ ๕๕๗๑ ๒๔๔๖
พะเยา ๑๕๕ ถ.เทศา ๑ อ. เมือง โทร. ๐ ๕๕๗๑ ๒๖๕๐ อาหารตามสั่ง อาหารญี่ปุ่น และเบเกอรี่
มาลัยอีสาน ๗ ถ.เทศา ๒ อ. เมือง อาหารตามสั่ง
หมายเลขโทรศัพท์สำคัญ
ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. ๐ ๕๕๗๑ ๑๘๒๐
สำนักงานจังหวัด โทร. ๐ ๕๕๗๑ ๐๐๐๖
ที่ว่าการอำเภอเมือง โทร. ๐ ๕๕๗๑ ๑๓๑๐
เทศบาลเมือง โทร. ๐ ๕๕๗๑ ๑๐๕๕
ตำรวจท่องเที่ยว โทร. ๑๑๕๕
ตำรวจทางหลวง โทร. ๑๑๙๓
สถานีตำรวจภูธร โทร ๐ ๕๕๗๑ ๑๑๙๙, ๐ ๕๕๗๑ ๖๘๖๘, ๑๙๑
โรงพยาบาลกำแพงเพชร โทร. ๐ ๕๕๗๑ ๑๒๓๔, ๐ ๕๕๗๑ ๔๒๒๓-๕

“ข้อมูลรายละเอียดในเอกสารนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
สงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปจัดพิมพ์เพื่อการจำหน่าย”

คัดลอกข้อมูลจากเวบททท.
งานพัฒนาข้อมูลท่องเที่ยว
กองข่าวสารการท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สำนักงานภาคเหนือ เขต ๔
๑๙๓ ถนนตากสิน ตำบลหนองหลวง
อำเภอเมือง จังหวัดตาก ๖๓๐๐๐
โทร. ๐ ๕๕๕๑ ๔๓๔๑-๓ โทรสาร ๐ ๕๕๕๑ ๔๓๔๔
พื้นที่ความรับผิดชอบ : ตาก พิจิตร กำแพงเพชร และนครสวรรค์

เทศกาลงานประเพณี

งานนบพระ-เล่นเพลง จัดขึ้นในระหว่างวันมาฆบูชาหรือวันเพ็ญเดือนสาม ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ เป็นการฟื้นฟูงานประเพณีดั้งเดิมตามหลักฐานในศิลาจารึกเมืองพระชุม หรือเมืองนครชุมที่กล่าวถึงการจัดขบวนแห่ไปนบพระมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย ขบวนจะข้ามแม่น้ำปิงไปนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์ที่ฝั่งนครชุม มีการแสดงมหรสพ ศิลปวัฒนธรรมไทย และการออกร้านของส่วนราชการ
งานสารทไทย กล้วยไข่เมืองกำแพงเพชร จัดในช่วงวันสารทไทย ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ และแรม ๑ ค่ำ ของเดือนกันยายนทุกปี เพื่อเผยแพร่กล้วยไข่ซึ่งเป็นผลไม้พื้นเมืองของจังหวัด ในงานจะมีการประกวดและจำหน่ายกล้วยไข่ การแข่งขันกวนกระยาสารท งานนิทรรศการทางการเกษตร การออกร้านจำหน่ายสินค้าและการแสดงมหรสพต่าง ๆ
งานมหกรรมอาหารพื้นบ้าน “เทศกาลกินก๋วยเตี๋ยว เที่ยวเมืองกำแพงเพชร” เนื่องจากก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารจานด่วนยอดนิยมของคนกำแพงเพชร ทั้งก๋วยเตี๋ยวไก่ ก๋วยเตี๋ยวโบราณ และผัดไท ทางจังหวัดจึงได้จัดงานดังกล่าวขึ้นเป็นประจำทุกปีราวต้นเดือนธันวาคม มีการออกร้านก๋วยเตี๋ยวรสอร่อยที่ขึ้นชื่อ ร้านอาหารพื้นเมือง ให้นักท่องเที่ยวเลือกรับประทานได้ตามใจชอบ

กิจกรรมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

สวนส้มโอ “โตทองหล่อ” หมู่ ๔ ตำบลลานดอกไม้ อำเภอเมือง ใกล้บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง เป็นสวนส้มโอปลอดสารพิษ เหมาะสำหรับการบริโภคและเป็นที่ศึกษาดูงานด้านการเกษตรปลอดสารพิษ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดูงานอยู่ระหว่างเดือนกันยายน-พฤศจิกายน
สวนส้มเขียวหวานโชกุน หมู่ ๔ ตำบลลานดอกไม้ อำเภอเมือง เป็นสวนส้มเขียวหวานพันธุ์โชกุนที่มีรสอร่อย ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการศึกษาดูงานอยู่ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ และกันยายน-ตุลาคม
แปลงข้าวแบบเกษตรธรรมชาติปลอดสารพิษ หมู่ ๗ ตำบลเทพนคร อำเภอเมือง เป็นแปลงข้าวปลอดภัยจากสารพิษ เนื่องจากใช้สารชีวภาพเท่านั้น ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการศึกษาดูงานอยู่ระหว่างมกราคม-กุมภาพันธ์ พฤษภาคม-มิถุนายน และพฤศจิกายน-ธันวาคม
สวนส้มเขียวหวาน “ไร่เพชรสยาม” หมู่ ๒ ตำบลเขาคีริส อำเภอพรานกระต่าย เป็นสวนส้มเขียวหวานที่มีรสอร่อย ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการศึกษาดูงานคือ เดือนมกราคม เมษายน-พฤษภาคม และตุลาคม-ธันวาคม
ฟาร์มเกษตรผสมผสาน หมู่ ๒ ตำบลหนองคล้า อำเภอไทรงาม เป็นฟาร์มเกษตรแบบผสมผสาน มีการวางแผนและจัดระบบฟาร์มที่ดี การผลิตและใช้สารสกัดชีวภาพเพื่อป้องกันและกำจัดศัตรูพืช นอกจากนั้นยังมีการขยายพันธุ์ไม้ผลและเป็ดเทศอีกด้วย ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการศึกษาดูงานคือ เดือนมกราคม-เมษายน และตุลาคม-ธันวาคม
สวนองุ่นปลอดสารพิษ หมู่ ๙ ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน เป็นสวนองุ่นรสหวานที่ปลูกโดยใช้สารสกัดจากธรรมชาติป้องกันศัตรูพืช ทำให้ผลผลิตที่ได้ปลอดสารพิษ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเยี่ยมชม/ศึกษาดูงาน อยู่ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน
ฟาร์มกล้วยไม้ หมู่ ๖ บ้านแหลมยาง ตำบลวังบัว อำเภอคลองขลุง ผลิตและจำหน่ายกล้วยไม้ตัดออก กล้วยไม้หายาก เป็นแหล่งผลิตกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือตอนล่าง เช่น สวนกล้วยไม้รักษพร ๑-๒ สวนกล้วยไม้ภัสนันท์ และสวนกล้วยไม้ชัยพงศ์รัตนา โดยเน้นผลิตกล้วยไม้ประเภทรองเท้านารี และเป็นศูนย์รวมพันธุ์กล้วยไม้กว่า๕๐ สายพันธุ์
ฟาร์มปลาบึกในสวนเกษตรแบบผสมผสาน หมู่ ๖ บ้านแหลมยาง ตำบลวังบัว กม.ที่ ๓๔ อำเภอคลองขลุง เป็นแหล่งพักผ่อนแบบธรรมชาติ สามารถเดินชมสวนผลไม้หลากหลายชนิด เช่น ฝรั่งไร้เมล็ด มะพร้าวน้ำหอม และส้มโอ ภายในบริเวณฟาร์มยังมีหอประชุม และจุดชมวิวอีกด้วย
หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ หมู่ ๕ บ้านวังน้ำแดง ตำบลท่ามะเขือ และหมู่ ๒ ตำบลวังยาง อำเภอคลองขลุง ผลิตและจำหน่ายกล้วยไม้ดอกไม้ประดับประเภทสนทุกชนิด จั๋ง อินทผาลัม มะนาวโห่ พญาสัตบรรณ ชาทอง ปาล์มทุกชนิด โมก ปีบ บานบุรีม่วง และกล้วยไม้ป่า เป็นต้น
ไร่นาสวนผสมตามแนวทฤษฎีใหม่ หมู่ ๓ บ้านจันทิมา ตำบลจันทิมา อำเภอลานกระบือ ลักษณะพื้นที่ปรับจากพื้นที่นาเป็นพื้นที่ไร่นาสวนผสม เป็นแหล่งปลูกมะนาวไม่มีเมล็ด ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษ
สวนส้มเขียวหวาน หมู่ ๔ ตำบลโนนพลวง อำเภอลานกระบือ ตั้งอยู่ใกล้สระน้ำสาธารณะ ซึ่งมีนกเป็ดนน้ำมาอาศัยอยู่ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการศึกษาดูงานคือ เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ และพฤศจิกายน-ธันวาคม
สวนมะปรางพันธุ์ดีศรีกฤตยา เลขที่ ๕ หมู่ ๒ บ้านเกาะดาล ตำบลเกาะดาล อำเภอขาณุวรลักษบุรี มีมะปรางหวานพันธุ์ที่มีลักษณะเด่นคือ ขนาดผลโตเท่าไข่ไก่ มีน้ำหนัก ๑๐-๑๕ ผล/กก. รสหวานสนิท มีกลิ่นหอม เสี้ยนน้อย รับประทานแล้วไม่ระคายคอ ให้ผลดกในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี
สวนส้มโอปลอดสารพิษ หมู่ ๑๑ ตำบลปางมะค่า อำเภอขาณุวรลักษบุรี เป็นสวนส้มโอปลอดสารพิษ ส้มโอมีรสหวาน มีผลผลิตออกจำหน่าย และสามารถศึกษาดูงานได้ตลอดทั้งปี
ฟาร์มนกกระจอกเทศ สวนสนฟาร์ม หมู่ ๘ บ้านคลองกระธาตุ ตำบลบ่อถ้ำ อำเภอขาณุวรลักษบุรี เป็นนกกระจอกเทศพันธุ์คอดำ จำนวน ๑,๐๐๐ ตัว โดยนำพันธุ์มาจากประเทศนิวซีแลนด์และแอฟริกา ซึ่งทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศของประเทศไทยเป็นอย่างดี ผิวหนังเป็นสีเทาดำ เท้าและปากเป็นสีดำ ตัวเล็ก ให้ผลผลิตเนื้อน้อยแต่ผลผลิตไข่มากกว่าพันธุ์อื่น นิสัยเชื่อง สามารถไข่ได้มากถึง ๘๐ ฟอง/ปี น้ำหนักฟองละประมาณ ๑.๕ กิโลกรัม เนื้อสามารถนำไปปรุงอาหารได้หลายชนิด
หมู่บ้านไม้ประดับวังน้ำแดงใต้ หมู่ ๑๔ บ้านวังน้ำแดงใต้ ตำบลทุ่งทราย อำเภอทรายทองวัฒนา เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายพันธุ์ไม้ประดับนานาชาติทั้งไม้ไทยและไม้ป่าหายาก ซึ่งเกษตรกรในหมู่บ้านเป็นผู้ผลิตเป็นอาชีพเสริม นอกจากนี้ยังมีบริการปลูกและจัดส่งถึงบ้าน พันธุ์ไม้ประดับที่ผลิต เช่น ต้นปีบ พญาสัตบรรณ พุดซ้อน ยี่หุบ มณฑา มิกกี้เม้าท์ ชาดัด ชาช่อ โพธิ์แดง ทองหลางด่าง ปาล์มต่าง ๆ แก้ว การะเกด จั๋ง สน มังกร ลั่นทม ชวนชม ประดู่ และกิ่งอ่อน เป็นต้น สถานที่ท่องเที่ยวระหว่างเส้นทาง ได้แก่ กลุ่มหัตถกรรมเป่าแก้ว บ้านโนนจั่น หมู่ ๑ ตำบลทุ่งทราย และกลุ่มเขียนลายเบญจรงค์ บ้านทุ่งตากแดด หมู่ ๕ ตำบลทุ่งทราย
การผลิตสารสกัดชีวภาพ “กลุ่มเกษตรพัฒนาปี ๔๓” หมู่ ๑๗ ตำบลทุ่งทราย อำเภอทรายทองวัฒนา มีการผลิตสารชีวภาพจากหอยเชอรี่ ผลไม้ พืชสมุนไพร และหัวหนอนตายยาก สำหรับใช้พ่นในนาข้าว ซึ่งมีการผลิตและสามารถศึกษาดูงานได้ตลอดทั้งปี
สวนส้มเขียวหวานและสวนองุ่นบ้านดงเย็น หมู่ ๑ บ้านดงเย็น ตำบลระหาน กิ่งอำเภอบึงสามัคคี เป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายส้มเขียวหวาน
สวนกล้วยไข่ หมู่ ๑ ตำบลโกสัมพี กิ่งอำเภอโกสัมพีนคร มีสวนกล้วยไข่คุณภาพดีบริเวณเกาะเสือ ซึ่งสามารถล่องเรือเที่ยวชมสวนเกษตรได้ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการศึกษาดูงานคือ เดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน
หมายเหตุ : นักท่องเที่ยวผู้สนใจข้อมูลทางการเกษตรในเชิงลึก สามารถติดต่อขอข้อมูลได้ที่
งานส่งเสริมและเผยแพร่ สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร โทร ๐ ๕๕๗๒ ๑๘๑๙ ในวันและเวลาราชการ